วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

AugCog


พูดถึง “สงคราม” ปัจจุบันนี้เราทราบกันดีแล้วว่ารูปแบบการทำสงครามได้เปลี่ยนไปจากแบบเดิมในอดีตค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศมหาอำนาจหรือบรรดาประเทศร่ำรวยทั้งหลาย เพราะว่าเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพอันสูงสุด และจำกัดความสูญเสียในชีวิต (ของฝ่ายตนเอง) ให้เหลือน้อยที่สุดนั่นเอง ทุกวันนี้เรากำลังก้าวเข้าไปสู่โลกของการผนวกเอาความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์กับระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการรับรู้ จดจำ และการตัดสินใจ ให้มี ความถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว จากข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก ที่อาจจะมากเกินกว่าที่สมองมนุษย์จะรับรู้ ได้ในระยะเวลาอันจำกัดหรือในสถานการณ์ที่มีความกดดันสูง DARPA (Defense Advance Research Project Agency) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยข้อมูลของโครงการล่าสุด ซึ่งได้มีการเริ่มทำการวิจัยและพัฒนามาตั้งแต่ค.ศ.2007หรือเมื่อราว7ปีก่อน โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า Augmented Cognition หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า “AugCog” ซึ่งโครงการนี้เป็นการวิจัยว่าด้วยการพัฒนาระบบคอมพิว เตอร์ให้สามารถเข้าถึงความรู้สึกและปฏิกิริยาตอบสนองของสมองมนุษย์ ที่อยู่ในระดับที่เรียกว่า “จิตไร้สำนึก” เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์สามารถรับรู้ได้ว่าสมองของมนุษย์เรากำลังนึกถึงสิ่งใด หรือกำลังให้ความสนใจกับสิ่งใดนั่นเอง ตามทฤษฎีของนักจิตวิทยาชื่อดัง ซิกมันด์ ฟรอยด์ นั้นได้แบ่งประเภทของจิตมนุษย์เป็น3ระดับคือ จิตสำนึก จิตใต้สำนึกและจิตไร้สำนึกตามลำดับ ซึ่งอย่างหลังนี่เองที่เป็นแรงผลักดันให้มนุษย์เราแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ออกมา ซึ่งบางทีแล้วเราเองก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังแสดงพฤติกรรมอย่างนั้นอยู่ (ลองคิดดูสิครับว่าใครจะมานั่งบอกตัวเองอยู่ตลอดว่าเรากำลังกะพริบตาอยู่) การเข้าถึงสมองมนุษย์ในระดับ “จิตไร้สำนึก” นี้เองที่เป็นเป้าหมายหลักของโครงการที่ว่านี้ ไม่เพียงแต่หน่วยงาน DARPA บริษัทชื่อดังอย่าง Boeing ก็กำลังทำการวิจัยในระบบ Augmented Cognition อยู่เช่นกัน โดยที่โครงการของ Boeing นั้น เป็นการพัฒนาห้องนักบินอัจฉริยะ โดยเทคโนโลยี AugCog อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ใครเคยเห็นภาพห้องนักบิน จะรู้ว่าเต็มไปด้วยหน้าจอมอนิเตอร์ และปุ่มควบคุมต่าง ๆ เต็มไปหมด ซึ่งมากมายเกินกว่าที่คนธรรมดาจะรับรู้ข้อมูลที่ถูกแสดงผลออกมาพร้อม ๆ กันได้หมด จากการทดลองของ Boeing เครื่องสแกนสมอง fMRI ถูกนำมาใช้เพื่อตรวจจับความนึกคิดของนักบิน เนื่องจากสามารถตรวจสอบการทำงานของระบบประสาทในสมองได้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งแบบที่เราเรียกกันว่า “เรียลไทม์” ด้วยหลักการที่ว่าความจำที่ใช้สำหรับการทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ (ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์เห็นจะเทียบได้กับ RAM นั่นเอง) ของมนุษย์เรานั้น จะแยกส่วนกัน ไม่ว่าจะเป็น การเขียน การอ่าน หรือการได้ยิน เป็นต้น เมื่อคอมพิวเตอร์สามารถรับรู้ได้ว่าสมองของเรากำลังสนใจในเรื่องใดอยู่ ก็จะตอบสนองโดยการแสดงผลออกมาในรูปแบบต่าง ๆได้อย่างเหมาะสม ตัวอย่างเช่น เมื่อนักบินกำลังดู ข้อมูลในส่วนที่เป็นรูปภาพ และมีแนวโน้มว่าสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแปลผลกำลังทำงานหนักขึ้นเกินกว่าจะรับรู้ได้ไหว คอมพิวเตอร์ก็จะเปลี่ยนการแสดงผลเป็นแบบตัวอักษร โดยอาจจะออกมาในรูปแบบของข้อความเตือน ในทางกลับกัน หากว่าสมองถูกใช้ไปในการอ่านข้อความที่เป็นตัวอักษรมากเกินไปคอมพิวเตอร์ก็จะเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลออกมาเป็นรูปภาพ อย่างเช่นกราฟแสดงผลแทน หรือหากว่าสมองทั้งสองส่วนกำลังทำงานหนักทั้งคู่ ระบบคอมพิวเตอร์อาจเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลออกมาเป็นเสียงเตือนเทน เป็นต้น ในส่วนของการทดลองของ DARPA เอง ระบบ AugCog ถูกนำมาใช้กับนักวิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียม โดยภาพถ่ายจากดาวเทียมจารกรรมจะถูกนำมาให้นักวิเคราะห์ค้นหาตำแหน่งที่สงสัยว่าน่าจะเป็นที่หลบซ่อนของฝ่ายศัตรู หรืออาจจะเป็นคลังอาวุธ รวมไปถึงฐานขีปนาวุธที่อาจซุกซ่อนอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ในภาพ ระบบ AugCog จะตรวจจับปฏิกิริยาตอบสนองที่มาจากส่วนที่เรียกว่าจิตไร้สำนึก นั่นคือว่าคอมพิวเตอร์จะสามารถตรวจจับได้ว่าสายตาของนัก วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมได้ให้ความสนใจกับจุดใดจุดหนึ่งในภาพถ่ายเป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งปฏิกิริยาดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนแม้กระทั่งเจ้าตัวเองก็ไม่สามารถรับรู้ หรือรู้สึกได้ทันว่ามันกำลังเกิดขึ้นอยู่กับตัวเองในขณะนั้น

ไม่มีความคิดเห็น: