
พักนี้รู้สึกว่าเรื่องการสอดแนม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การดักฟังทางโทรศัพท์” จะเป็นประเด็นให้พูดถึงกันอย่างมาก บ้างก็ว่าที่การกระทำดังกล่าวเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาได้ก็เนื่องมาจากเกมทางการเมืองมากกว่า อันนี้ก็แล้วแต่ว่าใครจะคิดไปอย่างไร ความจริงแล้ว เราต้องยอมรับว่า การสอดแนมทุกรูปแบบถือเป็นเรื่อง “ปกติ” ที่ไม่ว่าชาติไหน ๆ ก็ทำกันมาโดยตลอดในทุกช่วงของประวัติศาสตร์ ยิ่งถ้าพิจารณาในแง่ความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติมหาอำนาจทั้งหลาย ไม่อยากจะบอกเลยว่าแค่เรื่องการดักฟังโทรศัพท์นี้เป็นเรื่องธรรมดาพื้น ๆ อย่างที่สุด เพราะว่าของจริงนั้น ลึกลับซับซ้อนกว่านี้หลายเท่านัก จะว่าไปแล้วประเทศที่มีประดิษฐกรรมทำนองนี้มากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นประเทศมหาอำนาจทั้งหลายแหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เลยไม่แปลกข่าวคราวเกี่ยวกับโครงการวิจัยประเภทนี้จะมาจากประเทศนี้เป็นหลัก (ที่รู้คือที่เป็นข่าว แต่ที่ไม่เป็นข่าวนี่คงอีกเยอะทีเดียว) เรื่องของเรื่องก็คือตอนนี้ Defense Advance Research Projects Agency หรืออาจเรียกเป็นไทยได้ว่า องค์กรโครงการวิจัยขั้นสูงของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ให้ทุนบริษัท Lockheed Martin (คุ้นชื่อกันดีเพราะว่าทำมาหากินกับโครงการของรัฐบาลกลางมานมนาน) เป็นงบประมาณในการวิจัยขั้นต้น ซึ่งเป็นการออกแบบอากาศ ยานขนาดจิ๋วที่มีชื่อว่า Nano Air Vehicle (NAV) อย่าเพิ่งนึกว่าเจ้าสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้จะมีขนาดเล็กจิ๋วในระดับนาโน แต่เป็นการเปรียบเทียบว่าเจ้าอากาศยานที่บินได้ลำนี้มันมีขนาดเล็กมาก ๆ นั่นเอง บริษัท Lockheed Martin ชนะเลิศในการส่งแบบตัวอย่างเข้าประกวด โดยที่เป็นการออกแบบเลียนแบบ “เมล็ด” ของต้นเมเปิล (ดูภาพประกอบ) ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการออกแบบที่ง่าย และทนทานต่อความเสียหาย เพราะว่ามีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยที่สุด ในบรรดาแบบต่าง ๆ ที่มีการพิจารณาอย่างเช่น เฮลิคอปเตอร์ขนาดจิ๋ว หรือ หุ่นยนต์ที่เลียนแบบแมลงที่บินได้ ซึ่งมีความยุ่งยาก ซับซ้อนมากกว่า เมล็ดของใบเมเปิลนั้นเมื่อ ร่วงหล่นจากลำต้นจะหมุนควงสว่านลงมา คล้าย ๆ กับใบพัดของเฮลิคอป เตอร์ เนื่องจากความไม่สมมาตรของรูปทรง ทำให้มันสามารถลอยไปในอากาศได้ไกลพอ ก่อนที่จะร่วงลงดินและเจริญเติบโตต่อไป นักวิจัยออกแบบให้อากาศ ยานขนาดจิ๋วประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็ก (มาก) ซึ่งมีส่วนขับดันติดอยู่ที่ส่วนปลายของใบพัดทำให้มันสามารถหมุนได้ราว 15,000 รอบต่อนาที มากพอที่จะพยุงให้มันลอยอยู่บนอากาศได้ นอกจากนั้นแล้วยังประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์ ระบบนำร่อง ระบบสื่อสาร และกล้องขนาดจิ๋วที่เอาไว้ถ่ายภาพสอดแนมเพื่อส่งกลับมา แทบไม่น่าเชื่อว่าทั้ง หมดที่กล่าวมานี้มีน้ำหนักรวมกันราว 10 กรัมเท่านั้นเอง ความยากอยู่ที่การออกแบบเครื่องยนต์และส่วนขับดันที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ซึ่งนักวิจัยคาดว่าจะทำการทดลองเครื่องยนต์ต้นแบบได้ ราว ๆ เดือนเมษายนปีนี้ และอีกส่วนหนึ่งที่ยากไม่แพ้กันก็คือระบบนำร่อง ส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว และกล้องถ่ายภาพที่ต้องทำงานประสานกันอย่างดี มิเช่นนั้นแล้วก็จะทำการถ่ายภาพไม่ได้เนื่องจากว่ามีการหมุนควงของส่วนที่เป็นใบพัดอยู่ตลอดเวลา เป้าหมายเบื้องต้นก็คือการสร้างต้นแบบของอากาศยานจิ๋วให้สำเร็จภายใน 2-3 ปี และเมื่อการทดสอบเสร็จสิ้น ก็พร้อมที่จะเข้าประจำการเป็นอุปกรณ์สอดแนมตัวล่าสุดต่อไป ใครที่ยังคิดว่าการดักฟังโทรศัพท์เป็นเรื่องน่ากลัว กรุณาตื่นขึ้นมาเผชิญกับข้อเท็จจริงที่ว่า ในโลกแห่งความเป็นจริงยังมีสิ่งที่ท่านยังไม่รู้และน่ากลัวกว่าอีกเยอะ ความมั่นคงของชาติไม่ใช่เรื่องของการ “ตั้งรับ” ครับ.